[ONE SHOT-SNSD] I can't die... [JETI]

posted on 20 Jul 2013 18:00 by magired in fic directory Fiction
ว่ากันว่าการขึ้นสวรรค์ในศาสนาคริสต์คือการตาย...









งั้นฉันก็เป็นคนบาปน่ะสิ...









ก็ในเมื่อ...









ฉันไม่มีวันตายนี่...
 
 
 
[ในวันนี้ศาลได้ยกฟ้อง คุณฮวังจากบริษัทฮวังกรุ๊ป ในคดีตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี

ฉ้อโกงเงินของทางรัฐและคดีจ้างวานฆ่า...]







"คุณฮวังคะรู้สึกอย่างไรบ้างคะที่หลุดพ้นคดีทั้งทีหลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้"







นักข่าวรุมจ่อไมค์ไปที่ประธานบริษัทสาวหน้าหวานที่เดินออกมาจากศาล







"เอ่อ...สำหรับฉันก็คิดว่าทางศาลก็น่าจะตัดสินอย่างยุติธรรมแล้วนะคะ..."







ร่างบางของประธานบริษัทยกมือขึ้นมากับไมค์ของนักข่าวที่จะมาทิ่มหน้าตัวเองพร้อมพูดไปด้วย







"หลีกทางให้หลานฉันด้วยค่ะ" บุคคลอีกคนทีเป็นเหมือนน้าของประธานบริษัท

เมื่อเห็นนักข่าวรุมหลานตัวเองมากไปก็เดินมาแหวกทางให้








"กรอด...ไอ้พวกตระกูลฮวัง..." ทางด้านหนึ่งมีบุคคลที่ยืนถือมีดอยู่







บุคคลคนนั้นรีบพุ่งเข้าไปเพื่อหมายจะฆ่าประธานบริษัทสาวคนนั้น







ฉึก!!







"หะ..."







"อ๋า ไม่ได้นะคะ ไม่ได้~" ก็มีมือๆหนึ่งมารับมีดเอาไว้คนที่จะฆ่าประธานสาวก็เงยหน้าขึ้นมา

มองบุคคลที่รับมีด








เสื้อฮู้ดกันหนาวแขนสั้น







เรือนผมสีบลอนทอง







มะ หมวกเป็ดเหรอ!?







"ฉันยอมให้คุณฆ่าสาวน้อยคนนั้นไม่ได้หรอกนะคะ..."







"เพราะสาวน้อยคนนั้นเป็นของฉัน...'ความตาย' ของสาวน้อยคนนั้นฉันจะรับไว้เอง"
 
 
____________________________________________
 
 
“ค่ะ...ทราบค่ะ...เดี๋ยวฉันจะรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะคะ...ค่ะฝันดีค่ะ...” 









ร่างบางของประธานบริษัทสาวนาม ”ทิฟฟานี่ ฮวัง” เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากบริษัท 









ก่อนจะวางสายแล้วเปิดประตูรถของตัวเองแล้วเข้าไปข้างใน 









เฮ้อ... 









เธอนั่งถอนหายใจแล้วนักครุ่นคิดเกี่ยว

กับเรื่องหลายๆอย่างในขณะที่ขับรถไปด้วย... 









ทั้งเรื่องงานในบริษัท 









เรื่องคดีที่ทั้งๆที่เธอไม่ได้เป็นคนกระทำแต่หลุดพ้นมา 









เรื่องคนหลายๆคนที่พยายามจะฆ่าเธออีก... 









“แหมๆ ท่าทางจะคิดหนักเลยนะคะเนี่ย...คุณฮวัง” 









เฮือกก 









แกร๊ก... 









“โฮ่...เอาปืนมาจ่อหน้าเลยเหรอคะเนี่ย...

สาวน้อยคนนี้หวาดระแวงจนต้องพกปืนเลยเหรอเนี่ย....” 









“กะ แกเป็นใครบอกมาไม่งั้นฉันยิง” 










“แหม...คุณยิงไม่ได้หรอกน่า...” 









“ทำไมฉันจะยิงไม่ได้ ฉันไม่ได้พูดเล่นนะ!!” ทิฟฟานี่ยิ่งกระชับปืนให้ถนัดมือมากขึ้นพร้อมกับ 

เริ่มกดไกปืน 









ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้นเมื่อผู้หญิงตัวเล็กผมบลอนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง 

แบมือแล้วเทลูกกระสุนออกจากมือลงพื้นรถ 









“ก็ไม่มีลูกกระสุนแล้วคุณจะยิงได้อย่างไรล่ะคะ?” 









จนเธอเปิดที่ใส่กระสุดปืนดูก็พบว่ามันไม่มีกระสุนอยู่ข้างใน 









อะ...เอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 









“เอาไปตั้งแต่เมื่อกี้ล่ะค่ะ...” แล้วเด็กสาวผมบลอนก็ตอบเหมือนกับว่าอ่านใจเธอได้ 









“แล้วเธอเป็นใคร...อ่านใจฉันได้ไง” 









หืม... ไอ้คนใส่หมวกเป็ดเลิกคิ้วออกเล็กน้อยก่อนจะขำในลำคอเบาๆ 









“ขะ ขำอะไร...” 










“ฮ่าๆๆๆๆ อ่านใจเหรอคะ ฉันคงอ่านไม่ได้หรอกค่ะ...ไม่ได้มีความสามารถแบบนั้น” 









“อย่ามาเฉไฉตอบมาเธอเป็นใคร!!” 










“โอ้ว...เป็นสาวน้อยที่ดุจริงๆ” เด็กหมวกเป็ดมันพูดบ่นเบาๆ

ในตอนแรกก่อนจะบอกออกมาได้ซะที 









“ฉันเจสสิก้า จอง รับจ้างตายไม่จำกัดค่ะ...” 









ระ รับจ้างตาย... 









“พะ พูดบ้าอะไรของเธอน่ะ ห๊ะ!?” 









“เอ๋ พูดแค่นี้ก็น่าจะเข้าใจแล้วนี้คะ...” แล้วก็เอียงคอทำหน้ามึนๆง่วงๆใส่ประธานสาว 









“คะ ใครมันจะไปเข้าใจ...ลงไปจากรถฉันเดี๋ยวนี้!!” 









“คุณจะตายวันนี้ล่ะ...” 









หะ หา.... 









“แล้วความตายมันก็ช่างน่าสนใจ...ยังไงคุณจะยกความตายให้ฉันได้ไหม?” 









ยัยเด็กหมวกเป็ดนี้มันบ้าไปแล้วรึไง... 









“พะ พูด...//ว้าว...พูดไม่ทันขาดคำความตายก็เข้ามาหาคุณแล้ว....” 









พอเธอมองตามสายตาของไอ้เด็กหมวกเป็ดไป

เธอก็เห็นรถมอเตอร์ไซด์ขับพุ่งเข้ามา 









แถมถือปืนมาด้วย... 









“มะ มือปืน...” 









“แล้วคุณจะมัวนั่งเซ่ออะไรกันคะ...อยากตายนักรึไง...” 









ร่างบางมันมานั่งเบาะหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้มันปลดเบรกมือ 










เบรกมือ...เฮ้ย...เบรกมือ...อะไรนะ!? 









“ยัยบ้า เธอทำอะไรน่ะ!!!?” 









ทิฟฟานี่ร้องอย่างตกใจกับรถที่เริ่มเคลื่อนออกไปเพราะเธอเผลอเอาเท้าเหยียบคันเร่ง 









เธอกรี๊ดส่วนไอ้ร่างบางข้างๆมันกลับนั่งกอดเข่านิ่งไม่สะทกสะท้าน 










ปัง 









เอี๊ยดดดด 









“โฮ่...ยางแตกแล้วแฮะ...” 









เจสสิก้าพูดอย่างไม่รู้สึกอะไร 









“ยางแตกบ้านแกเซ่ ทำอะไรซักอย่างเซ่!!!” ทิฟฟานี่ก็ได้แต่เกาะและพยายามควบคุมพวงมาลัยรถ 









“ถือว่าคุณอนุญาตแล้วนะคะ....” เจสสิก้าทำหน้านิ่งพลางหันไปทางทิฟฟานี่แล้ว

จับคางทิฟฟานี่ให้หันมา แล้วทำการประกบปาก 

ขบเล็มริมฝีปากของสาวหน้าหวานเล็กน้อยจนสาวหน้าหวานเคลิ้มกับรสจูบนั้น 









“พันธะสัญญาเสร็จสิ้นค่ะ....” 









“ธะ เธอทำอะไร...” ทิฟฟานี่หน้าแดงแล้วมองหน้าเด็กหมวกเป็ด... 

แหม...บรรยากาศให้ซะไม่มีอ่ะ(ประชด) 









“ตีตรา...ว่าคุณได้ทำสัญญากับฉันแล้ว....” เจสสิก้าจ้องดวงตาหวานของทิฟฟานี่ก่อนจะ

เอื้อมมือไปที่พวกมาลัยรถก่อนจะ... 









หักเลี้ยวมันซะเลย...!!!








เอี๊ยดดดดด 









“ฮะ เฮ้ย...ธะ เธอทำอะไร...แล้วข้างหน้ามัน...ทางขาด!!!?” 









“ไม่ต้องห่วง...เธอยังตายไม่ได้หรอก...” 









“ตายไม่ได้กับผีน่ะเซ่!!!” 









ฟิ้วววว 









รถได้พุ่งไปอย่างสวยงามก่อนจนพุ่งถลาลงมาอย่างดาวตก 









โครม 









“กรี๊ดดดดดด” 









พลั่ก 


ตูม 









ระ รอด....? 









เด็กสาวหมวกเป็นทำหน้าแบบคนง่วงๆมองไปข้างหน้าก่อนจะพูดออกมา 









“แหม...สนุกล่ะสิ...ไม่ต้องขอบคุณก็ได้นะ...” 









“สนุกบ้านแกสิไอ้เป็ดจอบ” 









“โห...แรงแทงทะลุใจนะเนี่ยคำนี้...” 









“พอแล้ว พอกันที” สาวหน้าหวานรีบตะเกียกตะกายออกจากรถทันที 

โดยมีร่างบางลงแล้วเดินตามมาด้วย 









“ใช่แล้วตำรวจ ต้องแจ้งตำรวจแล้ว...” หลังจะตะเกียกตะกายออกมา

ได้เธอก็รีบกดโทรศัพท์ทันที 









“อ้าว จะรีบไปไหนกันคะ...เรื่องนี้ยังไม่จบนะคะ...” 









“อะ ไรของเธออีก...” ทิฟฟานี่ถึงกับหันมาตวาดแว๊ดใส่เด็กหมวกเป็ดทันที 









“คนที่จะปองร้ายคุณคือใคร....” 









“เรื่องนั้นฉันจะไปรู้ได้ไงเล่า...!?” 









“ก็ถ้ารู้ฉันก็จะได้เริ่มทำการยกความตาย....” 









“ยกความตาย?” 









“ใช่แล้ว...แล้วก็ต้องมีสิ่งเชื่อมความตาย...

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ทำให้คนเค้าอยากจะฆ่าคุณ....” 









... 




... 





... 









“พะ พูดเรื่องไร้สาระอะไรของเธอกัน....” สาวหน้าหวานยิ้มแบบเหยียดก่อนจะยกปืนขึ้นมา... 









“คุณยิงไม่ได้หรอก...” 









“ทำไมจะยิงไม่ได้...ฉันพูดจริงนะยัยโรคจิต ออกไปเดี๋ยวนี้...” ยิ่งพูดสาวหน้าหวานก็ 

กระชับปืนให้ถนัดมือกว่าเดิม 









“กลัวจนขนาดลืมไปแล้วรึไงว่าปืนมันไม่มีกระ....” 









ปัง 









ดวงตาหวานถึงกับเบิกตากว้างขึ้นกับร่างบางที่กระเด็นล้มหงายหลังลงไป 









“บะ บ้าน่า...ยังไม่ได้เหนี่ยวไกเลย...แล้วปืนก็....” 









และเธอก็ตกใจอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ถึงวัตถุเย็นๆมีปลายกระบอกมาจ่อที่หัว 









“ก็คุณไม่ได้เป็นคนยิงนี่คุณฮวัง...” 









“ตามพวกฉันมาซะดีๆ....” แล้วคนที่อยู่ข้างหลังก็ได้ลดปืนลง

ก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูกเธอ 









อะ อื้อ อื้อ!!! ทิฟฟานี่ดิ้นขลุกขลักในแขนแกร่งของคนโปะยาสลบ 









ร่างกายอ่อนแรงเรื่อยๆสายตาเริ่มพล่าเรือนก่อนเธอจะอ่อนแรงและสลบไป 









“เอาผู้หญิงคนนี้ไปไว้ที่รถแล้วไปส่งให้ผู้ว่าจ้างเดี๋ยวนี้...” คนร้ายได้สั่งให้ลูกน้องของตัวเอง 









“ครับ...แล้วศพของเด็กนี่จะเอายังไงครับ...” 









“อืม...เดี๋ยวเราก็จัดการทำลายศพนั่นซะ...” 









“จริงๆก็น่าสงสารเด็กนี่นะครับ...ซวยจริงๆ” 









“ก็ช่วยไม่ได้นี่มันมาเห็นพวกเราเอง...” 









“แล้วเราจะ...//เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว....” 









หะ... ห๊ะ...!? 









ทุกคนพร้อมใจหันไปดูต้นเสียงแล้วก็พร้อมใจกับเบิกตากว้างขึ้น 









“กำลังมึนๆอยู่พอดีเลย...” ร่างบางพูดพลางเอามือเกาหน้าผาก 









“แต่ถึงยังงั้นก็เถอะนะ...” 









กลุ่มคนร้ายมองร่างบางตรงหน้าที่ลุกขึ้นมาอย่างตกตะลึง 









“ให้ตายสิ...แล้วคุณก็ทำหมวกของฉันเป็นรอยเลือดเลย....มันซักยากนะคะ....” 

พูดพร้อมลุกขึ้นและหยิบหมวกเป็ดมาใส่ 









“ทะ ทำไม อ่อก” ยังไม่ทันได้พูดเด็กหมวกเป็ดก็ได้วิ่งมาซัดจนกระเด็นไปหลายตลบ 









“ขอเอาคืนค่ะ...” 









“กะ แก” ตัวหัวหน้าเมื่อเห็นลูกน้องตัวเองถูกซัดไปจึงยกปืนขึ้นหมายจะยิง 









“สองค่ะ...” 









พลั่ก 









“เจ้านาย!!?" 









ร่างบางรับปืนที่กระเด็นออกจากมือแล้ว

เอาปืนมาจ่อหน้าคนสุดท้ายที่อยู่ในที่นี้ 









“สาม...” 









หะ ห๊ะ...ด้ามปืน 









มันนิ่งไปซักพักก่อนจะ 









โป้ก “โอ้ยย” 









“แหม...ฉันคงไม่คิดจะฆ่าใครหรอกนะคะ....” เด็กหมวกเป็ดพูดแล้วเอา

ลูกกระสุนออกมาจากปืน 









“อะ...ไอ้ปิศาจ...” ส่วนคนโดนด้ามปืนก็ได้กุมหัวแล้วร้องโอดโอย 









ร่างบางหมวกเป็ดหันมาเลิกคิ้วอย่างงงๆให้เล็กน้อยก่อนจะขำเบาๆออกมา 









“ขะ ขำอะไรไอ้ปิศาจ” 









“ปิศาจ...ฮ่ะๆๆๆๆ แหม...คนที่นี่ชอบพูดคำที่ทะลุหัวใจดวงน้อยๆของฉันจังนะคะ... 


ฉันยังห่างไกลคำนั้นเยอะเลยนะคะ... 


ถ้าพูดให้ถูกก็คือร่างกายของฉัน ไม่มีวันหยุดพัก 


ในหนึ่งวันนั้นมี 24 ชั่วโมง 


แต่มนุษย์ใช้เวลาแค่ประมาณ 16 ชั่วโมง 


ส่วนที่เหลือนั้นใช้ในการพักผ่อน 


แต่ร่างกายของฉันไม่เป็นแบบนั้นร่างกายของฉันนั้น 


การซ่อมแซมเซลล์จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 


กระบวนการภายในเซลล์ไม่เคยหลับใหล 


ทำให้ฉันเป็นอมตะตลอดกาล... 


แต่ต้องแลกมาด้วยสิ่งหนึ่งนะ....” 









เฮ้อ... 









เด็กหมวกเป็ดถอนหายใจออกมา 









“มันลำบากนะคะ...ตราบใดถ้าฉันไม่ตายร่างกายฉันก็ไม่มีวันหลับหรอกค่ะ 


ต้องทรมาณกับการใช้ชีวิตตลอด 24 ชม. มาหลายปี... 


ว่ากันว่าความตายนั้นเป็นการพักผ่อนและขึ้นสวรรค์ของทุกชีวิต... 


ส่วน “สิ่งมีชีวิต” ที่เป็นบาปแถมไม่ได้พักผ่อนอย่างฉัน 


ก็คงต้องแสวงหาความตายไม่สิ้นสุด.... 


นั่นก็เพราะพวกนักวิทยาศาสตร์โง่เง่าที่คิดจะสร้างสุดยอดมนุษย์พวกนั้น...” 









พอนึกถึงเรื่องพวกนั้นก็ทำให้เด็กหมวกเป็ด

ถึงกับกัดฟันกรอดส่วนมือก็กำตัวกระบอกปืนไว้แน่น 









กึก 


กึก 


กร๊อบบบ 









ละ แหลกคามือ! ? 









เด็กหนุ่มที่เป็นคนร้ายมองเด็กสาวหมวกเป็ดตรงหน้าอย่างหวาดกลัวก่อนจะหวาดกลัว 

กว่าเดิมเมื่อเด็กสาวย่อตัวลงจับไหล่เขาแล้วจ้องเขาเหมือนจะล้วงคำตอบอะไรบางอย่าง 









“ผู้ว่าจ้างของคุณอยู่ที่ไหน....” 









“ฉะ ฉันไม่รู้ ปล่อยนะ ไอ้ปิศาจ” 









ร่างบางหมวกเป็ดนั่งมองหน้าชายหนุ่ม

ตรงหน้าที่ตัวสั่นหวาดกลัวซักพักก่อนจะเบิกตาขึ้น 









วิ้ง 






'ไม่ต้องทำอะไรมาก...แค่ทำให้เป็นอุบัติเหตุก็พอ... ' 






'ปืนนี้ก็เอาไว้แค่ขู่... ' 






'พะ...พวกเราต้องทำแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย... ' 









“อา...รู้แล้ว...ว่าใครเป็นคนว่าจ้าง...และความตายของสาวน้อยคนนั้น....” 









“อะ อะไรน-“ ก่อนชายหนุ่มจะพูดจบก็โดนร่างบางอัดจนสลบไป 









“เอาล่ะ...ต้องไปแล้วความตายของสาวน้อยคนนั้น...ใกล้เข้ามาแล้ว....” 









พอพูดจบเด็กสาวหมวกเป็ดก็ออกตัววิ่งทันที 


__________________________________ 


อะ อือ... ที่นี่...? 









ตะ ตึกร้าง? 









ละ แล้วเราถูกมัดอยู่ !? 









“ไงตื่นแล้วเหรอทิฟฟานี่...” เสียงนั้นทำให้ทิฟฟานี่ที่ตกใจกับสิ่งต่างๆอยู่ 

หันไปมองทางต้นเสียงแล้วเธอก็เบิกตากว้างขึ้น 









“คุณ... 














น้า!?" 









"น้า...ทำไม....” ทิฟฟานี่ถาม 









“ทำไมน่ะเหรอ...เธอก็น่าจะรู้...เธอต้องตายไง” 









“ทะ ทำไมล่ะ...” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า 









“ก็เพราะเธอเกิดมาไงล่ะ....” 









ฉะ ฉันเกิดมา...งั้นเหรอ 









“ถ้าเธอไม่เกิดมาฉันก็คงได้ทุกอย่างไปแล้ว” 









ถึงตอนนี้นี้น้ำตาเธอก็เริ่มไหลรินไปเพราะคำพูดของหน้าเธอแล้วล่ะ... 









“มะ หมายความว่าน้า....” เธอยังคงกัดฟันถามต่อไป 









“ใช่แล้ว....เรื่องทั้งหมด...ฉันเป็นคนทำขึ้นมาเอง.... ทั้งเรื่องคดี...เรื่องมือปืน...หรือเรื่องที่จะลักพาตัวเธอมา” 

น้าสาวของทิฟฟานี่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา 









“เอาล่ะ...ทิฟฟานี่น้าคงต้องไปแล้ว... 









ที่นี่ตั้งระเบิดเวลาเอาไว้ยี่สิบนาที....งั้น....ลาก่อนนะ...หลานรัก....” 









เธอมองหลังของน้าสาวตัวเองที่เดินออกไปด้วยน้ำตาที่ไหลพราก 









ไม่ ไม่ ไม่ ไม่... !!! 









ฮึก...นี่มันอะไรกัน...น้าเธอ... 









“แหมๆ..ช่างเป็นน้าหลานที่รักกันดีกันจริงๆ....” 









เสียงนั้นทำให้ทิฟฟานี่ที่กำลังร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้น 

แล้วหันไปมองต้นเสียงที่อยู่ทางประตูที่น้าเธอจะเดินออกไป 









หมวกเป็ด.... 









จะ เจสสิก้า... 









“กะ แกเป็นใคร....” น้าของทิฟฟานี่พูดอย่างหวาดกลัวเด็กหมวกเป็ดตรงหน้า 









“คุณไม่จำเป็นที่จะต้องรู้.....” 










เจสสิก้าพูดพร้อมกับค่อยๆเดินไปหาน้าของทิฟฟานี่ที่

ยืนแข็งทื่อเหมือนไม่สามารถขยับไปไหนได้ 









แล้วก็เอามือมาชูไว้ข้างหน้าน้าสาว “เดี๋ยวคุณก็ลืมแล้วล่ะ....” 









แล้วน้าของทิฟฟานี่ก็สลบล้มลงไปกับพื้น 









“ธะ เธอ....” ทิฟฟานี่มองเจสสิก้าที่เดินมาที่เสาต้นที่เธอถูกมัด 

แล้วเชือกที่มัดเธอก็หล่นลงไปกับพื้น 









“พาน้าสาวของเธอหนีไปซะ....” เจสสิก้าพูด 









“หะ หา...แล้วเธอ...” 









“ฉันบอกแล้วไงว่าจะตายแทนเธอ....” เจสสิก้ามองสภาพตึกร้างแล้วยื้มอย่างมีความสุข 









จะตายแล้วยังจะยิ้มแบบนั้น? 









“ตะ แต่...//ทำตามคำสั่งฉัน....แล้วลืมเรื่องทั้งหมด...” เจสสิก้าชูมือแบไว้ข้างหน้าเธอแบบ 

ที่ทำกับน้าสาวแล้วยิ้มบางๆให้ 










พอหลังจากเห็นรอยยิ้มนั้นของเจสสิก้า...สติเธอก็ขาวโพลนไปหมด... 









__________________________________ 









“ทันเวลาพอดี...” เจสสิก้ามองระเบิดเวลาอย่างมีความสุข 









เหลืออีกครึ่งนาที....ใกล้แล้ว...ที่นี้ฉัน...จะได้หลับสบายซะที... 









สิบ 






เก้า 





แปด 






เจ็ด 






หก 






ห้า 






สี่ 





สาม 






สอง 





หนึ่ง 









ตู้มมมมม 









หนึ่ง....หูอื้อตาพร่าเพราะแงระเบิด... 









สอง...ซี่โครงหักเพราะแรกอัดกระแทก....แต่...ยังไม่ได้ตายตรงนี้ 









สายตาคมหันไปมอง”จุดที่ตัวเองจะตาย” 









นั่นไง...เราจะตายตรงนั้น... 









สายตาเด็กหมวกเป็ดมองไปทางแหล็กแหลมหลายแท่งตรงนั้น 









แล้วยิ้มบางๆอย่างมีความสุข... 









“สิ่งที่ฉันรอ....ความตาย...ลาก่อนนะ...ของให้เป็นนิทราที่งดงาม...สำหรับวันนี้... ราตรีสวัสดิ์” 











อะ อือ... 









ดวงตาหวานของทิฟฟานี่ลืมตาขึ้นมามองภาพตรงหน้า 









ตึก...ไหม้...แล้วเรา....มาอยู่ที่นี่ได้ไง... 









ดวงตาหวานของทิฟฟานี่เหลือบไปมองน้าสาวของเธอที่นอนสลบอยู่ข้างๆ 









ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ... 









[ข่าวสุดท้ายของวันนี้พบสองน้าหลานแห่งบริษัทใหญ่ประสบอุบัติเหตุอยู่ใกล้ๆตึกร้าง

โดยตึกร้างนั้นถูกระเบิดแต่ก็ไม่มีใครเป็นอะไรมากเพราะในตึกไม่มีใคร....] 









________________________ 



Jessica...



“เฮ้อ...หมวกเปื้อนอีกแล้วแฮะ...ต้องซักยากแน่ๆเลย...” 

ร่างบางพูดพร้อมเดินไปหยิบหมวกที่หล่นขึ้นมาปัด...อ๋า...เปื้อนบ่อยไปแล้วนะ... 









“แต่สิบหกชั่วโมง...นี่....” ยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะใส่หมวก 









“ช่างเป็นเวลานอนที่คุ้มค่าดีจริงๆ....” ลาก่อนที่ตายเก่า... 










"ไปสู่ความตายครั้งใหม่ของฉัน..."


_____________________________

edit @ 10 Aug 2013 22:20:24 by magireius

Comment

Comment:

Tweet