[ONE SHOT-snsd] นํ้าตาสีขาว [JETI]

posted on 30 May 2013 13:28 by magired in fic
ตอนนี้ฉันมีคนคนหนึ่ง....ที่รู้สึกไม่ชอบอยู่...
 
 
 
 
 
 
รูปหน้าเรียว จมูกโด่ง ริมฝีปาก....



 
 
 
 
ถึงแม้มันจะหน้าหลงใหลสำหรับคนอื่น....



 
 
 
 
โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำตาลหม่น...ที่ไร้แววตา



 
 
 
 
สำหรับฉัน...



 
 
 
 
 
มันช่าง...



 
 
 
 
น่ากลัวสิ้นดี...




“นี่ๆ ทิฟฟานี่วันนี้ได้ข่าวว่าจะมีเด็กใหม่มาล่ะ”
นั่นเพื่อนสนิทฉัน คิม แทยอน ตัวเล็กน่ารักจิ้มลิ้มปากแดงตาใส...
 
ทำไมแทยอนถึงรู้ว่าจะมีเด็กใหม่มานะเหรอ...
 
ถามได้...แม่นี่น่ะลูกผู้อำนวยการโรงเรียนเลยนะ...
 
เห็นตัวเล็กแบบนี้ ล่ะป๊อปน่าดูแต่ไม่ค่อยจะมีคน
 
กล้าเข้ามาจีบนักเพราะแม่นี่น่ะเป็นลูกผู้
 
อำนวยการ...แล้วอีกอย่างก็....



“ภรรยาจ๋า สามีกลับมาแล้ว!!”



นั่นปะไร...ตายยากจริง...พูดยังไม่ทันขาดคำก็โผล่มา...



อ้อ...คน นี้น่ะเหรอ...ก็เพื่อนสนิทของฉันเช่นกัน...
 
ควอน ยูริ.. เป็นแฟนของแทยอน แล้วก็เป็นลูกของประธานบริษัทใหญ่ที่เป็นหุ้นส่วนของโรงเรียนนี้
 
ที่แทยอนไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามาจีบก็เพราะงี้แหล่ะ...คุณควอนน่ะ ทำท่าอย่างกับลิงหวงหมา



“จ๋า สามี กลับมาแล้วเหรอค๊า” เอิ่ม...หวานจ๋อยเลย



“สามีไปเข้าห้องน้ำมา โล่งขึ้นเยอะเลย” ยูริสะดีดสะดิ้งพูดพร้อมกับโอบคอของแทยอน



“ภรรยาล่ะคิดถึงสามีจังเลย ห่างสามีไปสามนาทีเนี่ย” ห่างแค่สามนาทีนี่โหยหกันยังกับห่างไปสิบปี!?
 
เอิ่ม...แล้วสองคนมันก็เริ่มนัวเนียกัน...เอ่อ...ใครจะช่วยปรามพวกมันล่ะเนี่ย...



“เฮ้ยๆพวกแกนัวเนียกันอยู่นั่นแหละไปห้องน้ำเลยไหม? ห่างกันแค่สามนาทีทำอย่างกับห่างเป็นชาติ”
 
ก็ใครล่ะจะปรามพวกมัน...ฉันไง



อ้อ...ฉัน เป็นใคร ฉัน ฮวัง ทิฟฟานี่ อ่า...ชื่อเหมือนไม่ใช่คนเกาหลีสินะ...
 
ก็ฉันเคยอยู่อเมริกามาตั้งหลายปีนี่ เพราะพ่อตั้งบริษัทใหญ่ที่ชื่อ ฮวัง กรุ๊ป
 
ไว้ที่โน่น จนฉันนึกยังไงไม่รู้จนอยากจะมาเรียนที่เกาหลีบ้านเกิดของฉัน...
 
จนขอร้องพ่อ ได้เพราะต้องการจะมาขยายพื้นที่ที่เกาหลี...



ทุกเช้าเราก็เป็นแบบนี้ล่ะมาโรงเรียนคุยกันเฮฮาปาร์ตี้ตามประสา



“เอ้า ทุกคนนั่งที่”



พอเห็นอาจารย์มาฉันแล้วก็คนอื่นๆในห้องที่นั่งจับกลับคุยเล่นกันอยู่ก็รีบกระจัดกระจายกันไปนั่งที่ของตัวเองทันที



แล้วอาจารย์ก็เข้ามาโฮมรูมอย่างนี้ทุกเช้าเช่นกัน...



“เอาล่ะวันนี้เราจะมีเพื่อนใหม่มานะ” พออาจารย์บอกว่าจะมีเพื่อนใหม่เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจก็ดังขึ้น



‘เฮ้ย จะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงวะ...’



‘หน้าตาจะเป็นยังไงนะ’



‘หวังว่านิสัยคงจะดีนะ...’



“เงียบ!เดี๋ยวเพื่อนเค้าเข้ามาก็รู้เองล่ะน่า เอ้า เธอ เข้ามาได้!”



ครืด



กึก



กึก



กึก



สวย...



นี่คือคำแรกที่ฉันนึกได้เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้...



ผู้หญิงคนนั้นหันหน้าเข้าหาเพื่อนๆในห้องแล้วก็เริ่มแนะนำตัว



“จอง ซูยอน หรือ เจสสิก้า จองค่ะ พึ่งย้ายมาจากอเมริกา...ฝากเนื้อฝากตัวด้วย...” คนที่ชื่อเจสสิก้าโค้งลงเล็กน้อย
 
แล้วยิ้มแค่มุมปากทั้งห้องเงียบกริบ



แม้แต่ตัวฉันก็ด้วย...



เฮือก!



ผู้หญิงคนนั้นยังยิ้มมุมปากอยู่แต่ดวงตาสีน้ำตาหม่นนั่นจ้องมาที่ฉัน...ดวงตานั้น...



ไม่มีแววตาเลยซักนิด!



แววตานั่น...



ในความรู้สึกของฉัน...



มันเหมือนกับ...



ดวงตาของยมทูต...



“อะ เอ่อ...งั้นไปนั่งตรงที่ว่างข้างๆคุณฮวังแล้วกันนะ”



อะ อะไรนะ!?



“ค่ะ...”



เฮือก!



ดะ เดินมาแล้ว...



เจสสิก้าค่อยๆเดินมาจนถึงที่นั่ง บรรยากาศภายในห้องดูเงียบและกดดัน
 
จะอยากจะวิ่งออกจากห้องไปซะเดี๋ยวนี่เธอค่อยนั่งลงก่อนจะหัน
 
ดวงตาสีน้ำตาลหม่นที่ไร้แววตามาสบตากับฉันก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วทักทายฉัน...



“สวัสดีค่ะ...คุณ ทิฟฟานี่....ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...”



รอยยิ้มนั่นช่างดูน่ากลัวสำหรับฉัน...



แต่เธอรู้ชื่อฉันได้ไง!?




วันนี้ มีคาบดนตรีนี่เนอะ...
 
ฉันหยิบฟลุตของฉันออกมาแล้วตรวจเช็คดูว่ามีอะไรเสียหายไหม...
 
ฟลุต ใช่แล้ว ฉันเป่าฟลุต แทยอนสีไวโอลีน ยูริสีเชลโล่ เพื่อนฉันเล่นเครื่องสายหมดเลยแฮะ
 
แต่ฉันยังไงก็ชอบเครื่องเป่า ยิ่ง ฟลุตยิ่งชอบ ฉันชอบเสียงของมัน



ที่ห้องดนตรีจะมีเปียโนสีขาว
 
ตั้งอยู่ที่หน้าห้องอยู่หนึ่งหลัง อาจารย์สอนดนตรีจะเป็นคนเล่นร่วมไปกับพวกเราทุกคนในห้อง
 
ในห้องเราไม่มีใครเล่นเปียโนเป็นหรอก รึไม่ก็เล่นเป็นแต่ไม่กล้าแสดงออกก็เท่านั้น



“เอาล่ะ ทุกคนประจำที่ของตัวเองได้ วันนี้ได้ข่าวว่ามีเด็กใหม่มาสินะ”



แล้วเด็กใหม่ที่ถูกเอ่ยถึงก็ยกมือขึ้น



“แล้วเล่นเครื่องดนตรีอะไรได้บ้างล่ะ”



“เปียโนค่ะ...”



“ไหนมาเล่นบทเพลงอะไรก็ได้ที่เธอเล่นได้ให้เพื่อนๆในห้องฟังซิ”



“ค่ะ...” เจสสิก้าตอบอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินมานั่งประจำ
 
ที่ที่เปียโนสีขาวหน้าห้อง ดวงตาสีน้ำตาลหม่นไร้แววตามองไปที่คีย์เปียโนก่อนจะเรียงนิ้วเรียว



เพื่อเริ่มคอร์ดแรก



บทเพลง Moonlight Sonata ได้ถูกบรรเลงขึ้น ภายในห้องดนตรีนักเรียนทุกคนเงียบกริบ
 
บทเพลงบรรเลงไปเรื่อยๆยิ่งนานเท่าไหร่ความกดดันในห้องดนตรีก็ยิ่งเพิ่มขึ้นด้วย



บทเพลงยามรัตติกาล



ที่ถูกบรรเลงโดยปิศาจ...



บทเพลงได้จบลงพร้อมกับห้องดนตรีที่ยังเงียบกริบ...



แปะ แปะ

แปะ แปะ



เสียงปรบมือของอาจารย์ดังขึ้นพร้อมกับคำชมของอาจารย์



“เล่นได้ดีมากเลยนะ เจสสิก้า...”



“ค่ะ...” เธอยิ้มมุมปากก่อนจะเดินกลับที่



ระหว่างที่เธอเดินไปต้องผ่านที่ที่ฉันประจำที่ไปด้วย
 
เธอหันมาสบตากับฉันแล้วยกยิ้มเพียงมุมปากให้เล็กน้อยก่อนเดินผ่านไป....



ระ รอยยิ้มนั่นมันอะไร....




ร้อน...เหนื่อย...



นี่คือสองคำแรกที่ฉันนึกได้ในคาบพละ
 
ฉันนั่งขยับคอเสื้อพละคลายร้อนอยู่ใต้ร่มไม้หลังจากไปแข่งบาสกับเพื่อนเสร็จ
 
ยูริกับแทยอนน่ะไม่ต้องห่วงสองคนนั้นเล่นกีฬาเก่งอยู่แล้วถึงกีฬาที่เราเล่นอยู่ในคาบนี้จะเป็นบาส
 
แต่งแทยอนก็เล่นได้ดีเชียวล่ะนะส่วนฉัน ก็พอเล่นได้นิดหน่อยแต่ก็ไม่ถือว่าแย่นัก ปานกลางๆน่ะ



“ฟานี่ นี่น้ำ” แทยอนยื่นขวดน้ำให้ฉัน ฉันมองซักพักก่อนจะรับมาดื่ม



“ภรรยาจ๋า ให้น้ำแต่ฟานี่อ่ะ ไม่ให้เค้าบ้างเลย”



“แหมสามีจ๋าอย่างอนเลยนะ อ่ะ นี่น้ำเดี๋ยวเค้าป้อนให้” แล้วแทยอนก็ให้ยูริอ้าปากก่อนจะค่อยๆกลอกน้ำใส่ปากยูริ



“หึย หวานกันจริงๆพวกแกเนี่ย....” บ่นไปงั้นแหละน่า แค่หมันใส้ หวานกันไม่เกรงใจชาวบ้าน



“ยู ริ แทยอน ทิฟฟานี่ ลงสนาม!” เสียงอาจารย์พละเรียก ฉันทำหน้าแหยๆเพราะ
 
ยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องลงสนามอีกซะแล้วแต่ทำไงได้ล่ะ ฉันก็จำใจลุกไปพร้อมกับแทยอนและยูริ



“เอ...ยังมีใครไม่ได้เจอพวกเธออีกล่ะเนี่ย...”



“อ่า...เจ สสิก้า ซันนี่ ซูยอง ลงสนาม” ได้ยินเสียงโอดครวญของซันนี่และซูยอง
 
สองคนนี่เล่นกีฬาไม่ค่อยเก่งถึงตัวของซูยองจะสูงแต่ทักษะทางด้านกีฬาน่ะแย่ มากเลย



ฉันเหลือบไปมองทางด้านเจสสิก้าที่ไม่ได้โอดครวญอะไรแต่เดินเข้ามาในสนามด้วยสีหน้านิ่ง
 
รูปร่างบอบบางแบบนั้นคงเล่นกีฬาไม่ค่อยเก่งหรอกมั้ง...



“ปี๊ด ดดดด” พอเสียงนกหวีดดังขึ้นยูริก็รีบกระโดดคว้าลูกบาสก่อนจะเลี้ยงลูกหลบหลีกซูยอง
 
และซันนี่วิ่งเข้าไปในแดนอีกทีม โดยฉันก็วิ่งตามเข้าไปด้วย



“ฟา นี่!” ยูริเรียกชื่อฉันแล้วโยนลูกบาสส่งให้ฉัน
 
ฉันพยักหน้าพร้อมกับเลี้ยงลูกไปที่จุดนอกหัวกระโหลกเพื่อจะชู๊ตให้ได้คะแนน
 
ถึงสองคะแนน ถึงฉันจะบอกว่าเล่นกีฬาไม่เก่งมากนักแต่การชู๊ตลูกของฉันนะ
 
แม่นมากเลยนะจะบอกให้ ฉันเพ่งเป้าไปที่แป้นบาสก่อนจะส่งแรงให้ลูกบาสลงห่วงไปแต่...



ปึก



เจสสิก้ากระโดดปัดลูกไม่ให้ลงห่วงพร้อมกับจับลูกแล้วเลี้ยงลูกไปในแดนของทีมฉัน...



ฉันยืนชะงักนิ่งอยู่ตรงนั้น...



เมื่อกี้ตอนที่ฉันเรียกลูกมายังไม่มีใครอยู่เลยนี่ แล้วทำไม...



ฉัน หันไปมองเจสสิก้าที่วิ่งเลี้ยงลูกหลบหลีกยูริและแทยอนอย่างว่องไวทั้งๆที่
 
สองคนนั้นเล่นกีฬาเก่งแต่กลับแย่งลูกจากเจสสิก้าไม่ได้ซักที
 
แล้วฉันก็ พึ่งนึกได้ว่าฉันไม่ควรจะอยู่ตรงนี่ ฉันรีบวิ่งไปที่แดนของตัวเอง
 
ทันที่เมื่อเจสสิก้าถึงจุดจะชู๊ตฉันก็รีบมาดัก ข้างหน้าป้องกันไม่ให้เจสสิก้าชู๊ตลงแป้น



อะไรกัน...เธอแสยะยิ้มมุมปากอีกแล้ว!?



แล้วเธอก็วิ่งฝ่าฉันไปแล้วก็ชู๊ตลงแป้น



ผลุ่บ



ระหว่างที่ฉันกำลังจะมาส่งลูกให้ทีมตัวเองฉันเห็นเจสสิก้าจ้องมาที่ฉันแล้วแสยะยิ้มมุมปากให้อีกแล้ว...



ก็แค่ฟลุ๊คล่ะน่า...ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอก!!



ผลการแข่งขันทีมของเจสสิก้าชนะทีมของฉันไป 21-8



โดยที่เจสสิก้าเป็นคนเลี้ยงลูกและชู๊ตลงแป้นคนเดียว...



“แฮ่ก แฮ่ก” เหนื่อย เหนื่อยชะมัดเลยให้ตายสิ...
 
ฉันนั่งหอบแฮ่กอยู่ใต้ต้นไม้หลังจากออกจากสนามซักพักก็มีขวดน้ำมายื่นตรงหน้าฉัน



“อ่ะ นี่น้ำ...” ไม่ใช่แทยอนที่เป็นคนยื่นให้แต่เป็นเจสสิก้าเจ้าของนัยต์ตาสีน้ำตาลหม่นไร้แววตา



“อะ อือ...ขอบใจ...” พูดขอบใจก่อนจะรับขวดน้ำมาดื่มพร้อมเหลือบตาไปมองเจสสิก้าที่ลงมานั่งข้างๆฉัน



ทั้งๆที่เล่นกีฬาแบบนั้น....เหงื่อกลับไม่ออกเลยซักหยด...



“เธอ...มาจากอเมริกาเหรอ...” อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ฉันเริ่มพูดกับเจสสิก้า



เธอหันมามองฉันพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย “อืม ใช่...”



“แล้วมาจากที่ไหนล่ะ...”



“ซานฟรานซิสโก”



“อะ อืม งั้นเหรอ...”



“หมดคาบแล้ว ไปกันเถอะ...” เจสสิก้าลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าฉัน



“...” ฉันมองมือเรียวนั่นซักพักก่อนจะจับมือของเธอแล้วลุกขึ้น



.....



เจสสิก้าเดินนำไปก่อนแล้ว แต่ฉันยังมองดูที่มือของตัวเองอยู่



มือเย็น...เหมือนน้ำแข็ง





“เด็ก ใหม่นั่น น่ากลัวชะมัดเลย ยิ่งตอนเล่นบาสนะ เล่นชู๊ตแล้วก็เลี้ยงลูกคนเดียวได้สุดยอดชะมัด”
 
เสียงยูริพูดกับฉันและแทยอน คงจะไม่ได้มีแค่ฉันสินะที่คิดว่าเจสสิก้าน่ะน่ากลัว



อืม...ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนน่ะเหรอ...พวกเราอยู่ที่ผับ Love Generation



ถ้า จะถามว่าทำไมพวกเราถึงเข้าผับได้ ก็ต้องตอบว่าพวกเราเป็นเจ้าของผับนี้
 
จะเข้าจะออกมันก็ไม่ใช่ปัญหานี่ แล้วทุกๆเย็นพวกเราก็มานั่งจิบแอลกอฮอลกันที่นี่



เพลงคลาสสิกเปิดคลอเบาๆอืม...ชักกรึมๆแล้วแฮะ...



ระหว่างที่ฉันกวาดสายตาสำรวจรอบๆดวงตาฉันได้เบิกโพลงขึ้น



จะ เจสสิก้า...!?



เมื่อเห็นเด็กใหม่ที่ลึกลับแล้วฉันก็เกิดความรู้สึกไม่อยากจะอยู่ที่นี่ทันทีฉันลุกขึ้นแต่ฉันรู้สึกมึนจึงเซไปเล็กน้อย



“เฮ้ย แกเป็นอะไรไหมน่ะ” ยูริเอ่ยถามเมื่อเห็นฉันทำท่าจะล้ม



“อืม ไม่เป็นไร พวกแกดื่มต่อไปเถอะ ฉันจะไปห้องน้ำ” พูดเสร็จฉันก็รีบก้าวฉับๆไปห้องน้ำทันที




ซ่า ซ่า



เสียงก๊อกน้ำเปิดให้น้ำไหลดังขึ้นเมื่อฉันเปิดมันแล้วล้างหน้าเพื่อให้อึดอัดนั่นหายไปซะที...



ไร้แววตา



เหงื่อไม่ไหลเลยตอนเล่นกีฬาเสร็จ



รอยยิ้ม



ตัวเย็น



เธอเป็นตัวอะไรกันแน่เจสสิก้า...



หืม...ว่างเปล่า



ยูริและแทยอนหายไปไหน



เมื่อฉันเดินกลับมาที่ที่เคยนั่งกันอยู่แต่ยูริกับแทยอนก็หายไปเสียแล้ว...อืมคงเมาสินะ



แล้วฉันก็มองไปที่ที่เจสสืก้าเคยนั่งอยู่...ไม่อยู่เหมือนกัน?



จะอยู่ไปก็ใช่ที่ฉันจึงรีบเดินออกจากผับแล้วไปที่รถของฉัน ถึงฉันอายุแค่นี่แต่มีใบขับขี่แล้วนะ!



กึก



กึก



กึก



ฉันอยุดเดินเมื่อฉันรู้สึกได้ว่ามีคนเดินตามฉันมาหัวใจฉันสั่นอย่างหวาดกลัว



กึก



กึก



กึก



เสียงเดินนั้นยังดังขึ้นอยู่เมื่อเป็นแบบนั้นฉันจึงรีบสาวเท้าวิ่งไปที่รถทันที



จากเสียงเดินก็เปลี่ยนเป็นเสียงซอยเท้าถี่ๆวิ่งตามฉัน
 
เมื่อถึงรถฉันรีบเปิดประตูรถแล้วจะรีบเข้าไปในรถ แต่ว่า...



“อะ อื้อ!!!” มีมือมากปิดปากฉัน ฉันดิ้นขลุกขลักอยู่ซักพักก่อนฉันจะเริ่มหมดแรงและหมดสติสิ่งที่ฉันเห็นเป็นสิ่งสุดท้าย...



ดวงตาสีน้ำตาลหม่นไร้แววตา...



ตัวเย็น...เหมือนน้ำแข็ง...



______________________________



อะ อือ...



“ไง...”



เฮือก!



“ทะ ที่นี่ที่ไหน เธอจับฉันมาทำไม!?” เมื่อลืมตาตื่นได้ฉันก็รีบลุกขึ้น...
 
แต่ลุกขึ้นไม่ได้ฉันโดนมัดแขนมัดขาอยู่ จึงได้แต่ตะโกนถามไปแค่นั้น



เธอจุ๊ปากเบาๆเล็กน้อยก่อนจะเชยคางของฉันขึ้น
 
“อย่าตะโกนมากสิ...ฉันก็แค่สนใจเธอ...และที่นี่ก็คือดาดฟ้าของที่ไหนซักแห่ง...”



สะ สนใจ...สนใจเรื่องอะไร!?



“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!?



“อ๋า...เสียงดังชะมัดเลยแฮะ แต่รำคาญไม่ค่อยลงเท่าไหร่...”



“บอกว่า ให้...อื้อ!!!” คำพูดของฉันถูกปิดไม่ให้มันออกมาเมื่อเจสสิก้าเอา
 
ริมฝีปากบดขยี้กับริมฝีปาก ของฉันจนฉันลืมคำพูดทั้งหมด...มันเร่าร้อนและหวาน



“ไม่ต้องห่วงสาวน้อย...อีกเดี๋ยวเธอก็จะเป็นของฉันแล้ว...” เจสสิก้าถอนริมฝีปากออกเมื่อฉันขาดอากาศหายใจ



“เฮือก...มะ หมายความว่าไง...”



“เดี๋ยวก็รู้...” เธอยกยิ้มให้ฉันเล็กน้อยฉันเห็นดวงตาสีน้าตาลเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนก



เจสสิก้าลุกขึ้นห่างจากฉันก่อนจะเรียกบางสิ่งออกมา...



เคียว...สีขาว



ฉันเบิกตาขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นเคียวที่เจสสสิก้าถือ



“ธะ เธอจะทำอะไร!?”



“ทำให้เธอเป็นของฉัน...ไม่ต้องห่วง...มันไม่เจ็บหรอก...”



“เธอเป็นใครกันแน่!!”



“I’m Whitetear….I’ll kill you”



ฉันเห็นเจสสิก้าเงื้อเคียวขึ้นก่อนจะ...




“ม่ายยยยยยยยยยยย”
 
________________________________
 

Jessca part…



“ฮ้า...ช่างเป็นสาวน้อยที่น่ารักดีนะ...” ฉันเหล่หันไปมองร่างที่มีสีขาวทั้งตัวที่ออกมาจากตัวฉัน ใช่...ออกมาจากตัวฉัน



“น่า รำคาญชะมัดเลยเธอน่ะ...เมื่อไหร่จะออกจากร่างฉันซักทีนะยัยเตี้ย...”
 
ฉันพูดพลางเอามือไล้หน้าสาวน้อยของฉัน...หึๆเธอช่างน่ารักจริงๆ



“เฮ้...ข้าเตี้ยกว่าเจ้าแค่หนึ่งเซนต์เองนะ...แล้วจำไม่ได้รึไงว่าข้าเคยช่วยชีวิตเจ้านะเจสสิก้า”



“เฮอะ...”



“จริงๆก็จนกว่าพ่อจะยกโทษให้นั่นแหละ...”



“ก็ ทำซะแบบนี้เมื่อไหร่พ่อเธอจะยกโทษให้ล่ะ...ยัยหัวขาว...” พูดพร้อมกับเชือกที่มัดข้อมือและข้อเท้าออก...
 
อา ช้ำไปหมดเลยแฮะสงสัยมัดแน่นไปหน่อย



“ก็ข้าชอบสะสมวิญญาณนี่...ถ้าข้าไม่ช่วยเจ้าแบบนี้เจ้าก็คงไม่ได้มาสะสมคอลเล็กชั่นสาวน้อยอะไรแบบนี้หรอก”



“หึๆนั่นสินะ...” จ้องมองไปที่ร่างสาวน้อยตรงหน้า



หายใจอยู่



แต่ไร้วิญญาณ



สาวน้อยของฉัน...



“แล้วเลิกเรียกฉายาพิลึกๆนั่นซะที่เถอะน่า!”



“ก็ได้...ไวท์เทียร์...”


END
 
________________________
 
ไม่มีอะไีรทำก็เอาฟิคชั่นที่แต่งมาลงซะเลย ฮะ ฮ่า...
 
ไม่ค่อยสนุกออกจะงงนะคะ

Comment

Comment:

Tweet